| by ShirleyMarsh | No comments

ลิเวอร์พูล นำฝูงยาวยังแรงบุกถล่ม บอร์นมัธ 3-0 โกยแต้มต่อเนื่อง

ลิเวอร์พูล นำฝูงยาวยังแรงบุกถล่ม บอร์นมัธ 3-0 โกยแต้มต่อเนื่อง 

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ยังคงฟอร์มร้อนแรงหลังบุกไปไล่ถล่ม บอร์นมัธ 3-0 เก็บสามแต้มต่อเนื่อง รักษาตำแหน่งจ่าฝูงไว้ได้อย่างเหนียวแน่น แถมทำสถิติชนะ 15 เกม จาก 16 นัดในฤดูกาลนี้ และนี่คือ 4 เรื่องหลังเกมที่เกิดขึ้นในนัดนี้

กลายเป็นเกมที่ง่ายเกินคาดสำหรับลูกทีมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ เมื่อพลพรรค หงส์แดง เป็นฝ่ายไล่ขโยกเข้าใส่แนวรับของ บอร์นมัธ อย่างต่อเนื่องจนเจ้าถิ่นไม่สามารถจุดประกายจุดเปลี่ยนใดๆ ได้เลยตลอดทั้งเกมที่ ไวทาลิตี้ สเตเดี้ยม

ทัพ เร้ดแมชีน เป็นฝ่ายจบเกมด้วยเปอร์เซ็นต์การครองบอลถึง 74 เปอร์เซ็นต์กับโอกาสยิงมากมายถึง 21 ครั้ง (ตรงกรอบ 9) ขณะที่ เดอะเชอร์รีส์ มีโอกาสสับไกยิงเพียง 3 ครั้งและไม่ตรงกรอบเลย

นับเป็นช่วงที่เหล่า เดอะค็อป ไม่ต้องการที่จะเห็นแข้ง หงส์แดง คนใดมีปัญหาอาการบาดเจ็บก่อนช่วงคิวเตะชุกในช่วงเดือนธันวาคมนี้ แต่แล้วก็กลายเป็น เดยัน ลอฟเรน ที่เจอกับอาการเดี้ยงเล่นงานจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่ก่อนจบครึ่งแรก

อย่างไรก็ตาม การให้สัมภาษณ์ของ คล็อปป์ หลังเกมที่เผยว่าเขาตัดสินใจถอน ลอฟเรน ออกจากสนามเพื่อป้องกันไม่ให้อาการเจ็บของเจ้าตัวเลวร้ายมากขึ้นกว่าเดิมทั้งที่ปราการหลังทีมชาติ โครเอเชีย ยืนยันว่าต้องการเล่นจนจบครึ่งแรกก่อนนั้นก็ทำให้เราสามารถคาดการณ์ได้ว่าอาการดังกล่าวอาจไม่ได้เลวร้ายเท่าใดนัก

อาการบาดเจ็บของคีย์แมนในแดนกลางอย่าง ฟาบินโญ ทำให้แฟน หงส์แดง เป็นกังวลกับความลื่นไหลของการเคลื่อนเกมรุกจากแดนกลางไปสู่แดนหน้า แต่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ก็ได้พิสูจน์แล้วว่าวิสัยทัศน์และความแม่นยำในการผ่านบอลของเจ้าตัวสามารถทดแทนมิดฟิลด์ บราซิเลียน ได้อย่างไม่เคอะเขิน

ลูกวางยาวจากกลางสนามของ เฮนโด้ ให้กับ อเล็กซ์ อ็อกซ์เหลด-แชมเบอร์เลน ส่งผลให้ทีมได้ประตูเบิกร่องในนาทีที่ 35 ปลดล็อคให้ หงส์แดง เล่นได้อย่างมั่นใจหลังจากนั้น

เฮนเดอร์สัน จบเกมด้วยสถิติผ่านบอลมากที่สุดในสนาม 150 ครั้ง (ผ่านบอลสำเร็จ 139 ครั้ง 2 คีย์พาส) และเอาชนะในการเข้าปะทะ 2 ครั้ง

ชัยชนะของ หงส์แดง ในเกมนี้และความพ่ายแพ้ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในวันเดียวกันทำให้พลพรรค เร้ดแมชีน ทำแต้มทิ้งห่าง เรือใบสีฟ้า 14 คะแนนเข้าไปแล้วหลังผ่านการแข่งขัน 16 นัด กลายเป็น เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ไล่จี้ขึ้นมาในตำแหน่งรองจ่าฝูงด้วยการตามหลัง 11 คะแนนแต่ลงเล่นน้อยกว่า 1 นัด

กลายเป็นซีซันที่ลูกทีมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ยิ่งเล่นยิ่งมั่นใจทั้งเหล่าคีย์แมนและแข้งหมุนเวียนของทีม ในทางกลับกันบรรดาแข้งคู่กัดลูกทีมของ เป๊บ กวาร์ดิโอลา ยิ่งกดดันตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อผลการแข่งขันไม่เป็นใจพวกเขานักในช่วงหลังมานี้และเส้นทางสู่ตำแหน่งแชมป์ พรีเมียร์ลีก นับว่าอยู่ในกำมือของ หงส์แดง อย่างไม่สามารถปฎิเสธได้

ขอบคุณที่มา : sanook

ใส่ความเห็น